เครดิตเทอมคืออะไร สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

เครดิตเทอมคืออะไร

การบริหารด้านการเงินถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจและนำมาใช้ให้เป็น คือ “เครดิตเทอม (Credit Term)” ซึ่งเป็นเงื่อนไขการชำระเงินที่ผู้ขายเสนอให้แก่ผู้ซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่หลายคนอาจยังสับสนว่า เครดิตเทอม คืออะไร และมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร สยาม เซย์ซอนจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างกัน พร้อมแนะนำวิธีการใช้เครดิตเทอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เครดิตเทอมคืออะไร

เครดิตเทอม คือ ระยะเวลาที่ผู้ขายกำหนดให้ผู้ซื้อสามารถชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการภายหลังจากที่ได้รับของไปแล้ว โดยไม่ต้องจ่ายทันทีในวันที่ซื้อขาย เปรียบเสมือนการให้สินเชื่อระยะสั้นแก่ลูกค้านั่นเอง เครดิตเทอมจึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการลูกหนี้การค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขาย กระแสเงินสด และผลกำไรให้กับธุรกิจ

โดยทั่วไปเครดิตเทอมมักกำหนดเป็นจำนวนวันนับจากวันที่ในใบแจ้งหนี้หรือใบส่งของ เช่น 30 วัน 45 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน เป็นต้น ระยะเวลาเครดิตเทอมอาจแตกต่างกันไปตามมาตรฐานของแต่ละอุตสาหกรรม ประเภทสินค้า มูลค่าการสั่งซื้อ หรือความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้า การให้เครดิตเทอมที่นานขึ้นถือเป็นการให้สินเชื่อที่มากขึ้น ซึ่งมีทั้งข้อดีในแง่การดึงดูดลูกค้า และความเสี่ยงในแง่ของหนี้เสียหากลูกค้าผิดนัดชำระ

เครดิตเทอมมีกี่ประเภท

เครดิตเทอมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ แบบให้ส่วนลด แบบไม่มีส่วนลด และแบบแบ่งชำระเป็นงวด โดยมีรายละเอียดดังนี้

เครดิตเทอมแบบให้ส่วนลด

เครดิตเทอมแบบให้ส่วนลดเป็นการจูงใจให้ผู้ซื้อชำระเงินเร็วขึ้น เพื่อแลกกับส่วนลดพิเศษ เช่น “2/10 Net 30” หมายความว่า ถ้าผู้ซื้อจ่ายเงินภายใน 10 วัน จะได้รับส่วนลด 2% แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ทันก็มีเวลาชำระเต็มจำนวนได้จนถึง 30 วัน ส่วน “3/7 Net 45” ก็จะให้ส่วนลด 3% เมื่อจ่ายใน 7 วัน และครบกำหนดที่ 45 วัน เป็นต้น เหมาะกับสินค้าที่ต้องการเร่งระบายสต๊อก หรือธุรกิจที่มีสภาพคล่องสูงและต้องการเงินหมุนเวียนในระยะสั้น แต่ผู้ประกอบการต้องคำนวณให้ดีว่าจะสามารถแบกรับภาระส่วนลดได้มากน้อยแค่ไหน และสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจเงื่อนไขให้ชัดเจน

เครดิตเทอมแบบไม่มีส่วนลด

เครดิตเทอมแบบไม่มีส่วนลดสำหรับการชำระเร็วกว่ากำหนด เช่น “Net 30”, “Net 60”, “Net 90” ซึ่งหมายถึง ต้องชำระเงินเต็มจำนวนภายในระยะเวลาที่ระบุเท่านั้น ไม่ว่าจะจ่ายช้าหรือเร็วกว่ากำหนดก็ไม่มีส่วนลดหรือค่าปรับใดๆ ทั้งสิ้น เหมาะกับการค้าขายทั่วไปที่วงเงินไม่สูงมาก หรือมีการซื้อขายเป็นประจำจนมีความไว้ใจกันในระดับหนึ่งแล้ว ข้อดีคือทั้งสองฝ่ายมีความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสด โดยผู้ขายมีระยะเวลาในการรอเก็บเงิน ส่วนผู้ซื้อก็มีเวลาจัดการเงินเพิ่มขึ้น

เครดิตเทอมแบบชำระเป็นงวด

เครดิตเทอมบางรูปแบบอาจอนุญาตให้ลูกค้าผ่อนชำระได้เป็นงวดๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น “30/60/90” ซึ่งหมายถึง แบ่งจ่ายเป็น 3 งวดเท่าๆ กัน โดยงวดแรกชำระเมื่อครบ 30 วัน งวดที่สองเมื่อครบ 60 วัน และงวดสุดท้ายเมื่อครบ 90 วัน หรืออาจกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 50/40/10 คือ ชำระ 50% ในงวดแรก ตามด้วย 40% ในงวดสอง และ 10% ในงวดสุดท้าย ส่วนใหญ่มักใช้กับการซื้อขายที่มีมูลค่าสูง สินค้าที่ผลิตตามออเดอร์ หรือบริการที่ใช้ระยะเวลานาน เพื่อช่วยบรรเทาภาระการจ่ายเงินครั้งใหญ่ของลูกค้า โดยผู้ขายจะวางแผนกระแสเงินสดและความต้องการเงินทุนหมุนเวียนไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินในสัญญาอย่างรัดกุม

เครดิตเทอมมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร

เครดิตเทอมมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง

นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการเพิ่มยอดขายแล้ว เครดิตเทอมยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจในหลากหลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพแต่อาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุน
  • ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วยการสร้างความประทับใจและความไว้วางใจ
  • เพิ่มโอกาสในการได้รับออเดอร์ขนาดใหญ่หรือคำสั่งซื้อเป็นประจำ
  • ลดความกดดันในการแข่งขันด้านราคา สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านเงื่อนไขการชำระเงินที่ยืดหยุ่น
  • บริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนของกิจการได้คล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การให้เครดิตเทอมก็มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและผลประกอบการของธุรกิจได้ ผู้ประกอบการจึงต้องบริหารลูกหนี้การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการประเมินคุณภาพของลูกหนี้ วางมาตรการในการติดตามทวงถามที่เหมาะสม พร้อมทั้งตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญให้เพียงพอ เพื่อลดผลกระทบหากเกิดหนี้เสียขึ้นจริง

กำหนดเครดิตเทอมอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกค้า

การให้เครดิตเทอมที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางการขาย แต่ยังช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงินได้ดีขึ้นด้วย ผู้ประกอบการควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ในการกำหนดเครดิตเทอม ดังนี้

  • กำหนดนโยบายเครดิตเทอมเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนและยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม
  • วิเคราะห์คุณสมบัติและความน่าเชื่อถือของลูกค้าเป็นรายๆ จากประวัติการชำระเงินที่ผ่านมา
  • พิจารณาตามประเภทอุตสาหกรรมและสินค้า เช่น สินค้าเน่าเสียง่ายอาจให้เครดิตเทอมสั้นกว่า
  • กำหนดวงเงินเครดิตสูงสุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย เพื่อควบคุมความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัว
  • ทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขเครดิตเทอมอย่างสม่ำเสมอ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด
  • มีระบบติดตามและเรียกเก็บหนี้อย่างเป็นขั้นตอนและมีประสิทธิภาพ
  • พิจารณาใช้เครื่องมือลดความเสี่ยงทางการค้า เช่น หนังสือค้ำประกันทางธุรกิจ (Letter of Credit)
สรุปเกี่ยวกับเครดิตเทอม

สรุปเกี่ยวกับเครดิตเทอม

เครดิตเทอม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารการเงินของธุรกิจยุคใหม่ ที่ไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขายเท่านั้น แต่ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เสริมสภาพคล่องให้กับคู่ค้า และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การให้เครดิตเทอมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ ระหว่างการขยายโอกาสทางธุรกิจและการจัดการความเสี่ยงทางการเงิน หากผู้ประกอบการรายใดที่กำลังมองหาสินเชื่อที่ให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง สยาม เซย์ซอน พร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์ สินเชื่อ BNPL อนุมัติง่ายไม่ยุ่งยาก สอบถามรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ หรือ โทร. 02-0963121

Share on
Scroll to Top